ได้ Fwd mail อันนี้มา เลยเอามาแปะไว้ จะได้ไม่ต้องส่งต่อ
Subject: ใครว่า มาร์ค ไม่มีน้ำยา ฮึ...
สิบ วันในการทำงานของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลายคนจับจ้องมองแต่มาตรการที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และหลายคนก็พยายามกดดันให้รัฐบาลชนกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อให้เกิดเป็นศึกกระหนาบเหลือง-แดงถล่มรัฐบาลผสมให้ล้มคว่ำไปโดยเร็ว ที่สุด หลายคนยังคงมุ่งขยายผลความขัดแย้งและเชิดชูบทบาทของกลุ่มคนเสื้อแดง ทั้ง ๆ ที่ยังเหลืออยู่สักเท่าใดก็ยังเป็นที่น่าสงสัย แต่แทบไม่มีใครให้ความสนใจในมาตรการอีกด้านหนึ่งที่ดำเนินไปอย่างประณีต สุขุม ลึกซึ้ง แต่มีผลเป็นการหยุดยั้งโครงการมหาประลัยที่ล้างผลาญชาติเลย
ดังนั้นแม้เวลาผ่านไปแค่ 10 วัน เรากลับเห็นว่าผลงานในการหยุดยั้งโครงการมหาประลัยที่ล้างผลาญชาติของรัฐบาลชุดนี้มีผลที่น่าพอใจ
เรื่องแรก คือการคว่ำโครงการถนนปลอดฝุ่นที่มีวงเงินต้องใช้งบประมาณขั้นต้น 30,000 ล้านบาท และมีการผลักดันนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจไปแล้ว แต่ก็ถูกโยนทิ้งไป เป็นการประหยัดเงินของชาติถึง 30,000 ล้านบาท และหยุดยั้งการโกงชาติครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง
ที่ เรียกว่าโครงการถนนปลอดฝุ่น ความจริงก็คือโครงการบูรณะถนนลูกรังธรรมดานั่นเอง แต่ใช้สีสันแต้มแต่งสร้างวาทะกรรมหรูเป็นโครงการถนนปลอดฝุ่นด้วยการใช้ยาง มะตอยลาดหรือบูรณะถนนลูกรัง ซึ่งความจริงใช้เงินน้อยกว่าที่ตั้งงบประมาณไว้มาก แต่โครงการนี้ก็เป็นที่รู้กันว่าเป็นขนมเค้กชิ้นใหญ่ของนักการเมืองที่บวก ราคาไว้เกินจริงถึง 5 เท่า
การโยนทิ้งโครงการนี้จึงมีผลเป็นการประหยัดเงินให้กับประเทศชาติ 30,000 ล้านบาท
เรื่องที่สอง คือโครงการจัดหารถบัสเอ็นจีวีของ ขสมก. ซึ่งหากซื้อรถบัสดังกล่าวก็จะสามารถซื้อได้ด้วยราคาเพียงคันละ 3,800,000 บาท หรือในราคาถูกกว่านั้น แต่จัดทำเป็นโครงการโคตรโกงมหาโกงในรูปแบบของการเช่าที่พิสดารที่สุดของโลก คือเช่าเป็นระยะเวลา 10 ปี ทั้ง ๆ ที่อายุการใช้งานของรถมีเพียง 5 ปีเท่านั้น และคิดเป็นค่าเช่าสิริรวมแล้วถึงคันละ 12 ล้านบาท เดิมตั้งโครงการไว้ 6,000 คัน แต่ในที่สุดก็ไม่อยากเสี่ยงแรงตีนของกลุ่มรถร่วม ขสมก. จึงตัดออกไป 2,000 คัน เหลือ 4,000 คัน แต่ก็ล้างผลาญชาติเป็นจำนวนเงินสูงมากร่วม 50,000 ล้านบาท และโครงการนี้คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจก็มีมติให้ทบทวนให้เหมาะสม นั่นคือจำนวนรถที่จัดหาต้องเหมาะสม ซึ่งความจริงไม่เกิน 2,000 คัน วิธีการจัดหาต้องเหมาะสมเช่น ซื้อเครื่องหรือชัชซีเข้ามาต่อตัวถังรถในประเทศไทย ทำให้เกิดการจ้างงานขึ้นในประเทศไทย และเพิ่มธุรกิจให้กับคนไทย และด้วยราคาที่เหมาะสมคือเมื่อรถราคา 3,800,000 บาท ก็ต้องใช้ราคานี้หรือต่ำกว่านี้เพราะเป็นการจัดหาจำนวนมาก ไม่ใช่ตั้งวงเงินใช้เงินถึงคันละ 12 ล้านบาท
การจัดการกับโครงการนี้ทำให้ประหยัดเงินให้กับประเทศชาติถึง 50,000 ล้านบาท
เรื่องที่สาม คือโครงการผันน้ำจากประเทศลาวลอดอุโมงค์ใต้แม่น้ำโขงเข้าสู่ภาคอีสานของไทย ซึ่งตั้งวงเงินงบประมาณไว้ถึง 70,000 ล้านบาท และยังจะต้องมีโครงการต่อเนื่องอีกหลายโครงการ และใช้เงินรวมกันเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 40,000 ล้านบาท
โครงการนี้ เป็นโครงการที่ผลาญชาติที่แท้จริงและชัดเจนที่สุด เพราะประเทศไทยไม่ได้ขาดน้ำ ปัญหาอยู่ที่ไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ ปริมาณน้ำในภาคอีสานมีมากพอจนเป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมทุกปี ทั้งในภาคอีสานไหลบ่าลงมาท่วมภาคกลางและกรุงเทพมหานคร นั่นคือฤดูฝนน้ำท่วมเพราะไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ พอหน้าแล้งก็ขาดน้ำเพราะไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำอีกเช่นเดียวกัน หากผันน้ำเข้ามาเพิ่ม น้ำก็จะยิ่งท่วม แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาขาดน้ำได้ นอกจากนั้นการผันน้ำจากลาวซึ่งเป็นที่ต่ำขึ้นสู่ที่ราบสูงของภาคอีสานของไทย จะสร้างรายจ่ายประจำให้กับประเทศไทยตลอดไป ทำให้ชาติล่มจม ในขณะที่ประชาชนในภาคอีสาน ภาคกลาง และกรุงเทพฯ ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย มีแต่ต้องรับภัยน้ำท่วมเท่านั้น
โครงการ นี้นักการเมืองอำนาจเก่าจัดตั้งขึ้นเพื่อหาประโยชน์โดยเฉพาะ มีการเตรียมการให้บริษัทจากประเทศจีนของนายเหยียนปิงเป็นผู้รับเหมา ด้วยราคาที่สูงกว่าความเป็นจริงถึง 300-400% และถ้าหากโครงการนี้เริ่มต้นขึ้นได้ก็จะต้องมีโครงการสืบเนื่องเพิ่มขึ้นอีก จำนวนมาก ซึ่งมีการเตรียมการโครงการรองรับไว้โดยต้องใช้วงเงินเพิ่มอีกราว 40,000 ล้านบาท
นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวปาฐกถาต่อที่ประชุมนักธุรกิจที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นเมื่อ วันที่ 15 มกราคม 2552 และตอนหนึ่งได้พูดเกี่ยวกับโครงการนี้ว่าไม่มีความจำเป็น จะใช้วิธีการพัฒนาแหล่งน้ำภายในประเทศคือในภาคอีสานดีกว่า ซึ่งหมายความว่าโครงการมหาภัยโครงการนี้ได้ถูกรัฐบาลโยนทิ้งไปเรียบร้อยแล้ว
การ โยนทิ้งโครงการนี้จึงมีผลเป็นการประหยัดงบประมาณแผ่นดินรอบแรกถึง 70,000 ล้านบาท และป้องกันมิให้มีการตั้งโครงการโกงชาติขยายออกไปอีก 40,000 ล้านบาทด้วย สิริรวมแล้วกระบวนท่าเดียวนี้ก็สามารถประหยัดเงินแผ่นดินได้ถึง 110,000 ล้านบาท
4. สรุป ดัง นั้นในรอบ 10 วันของการเข้าทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้หยุดยั้งโครงการมหาประลัยที่ผลาญชาติไปแล้ว 3 โครงการใหญ่ คือ
4.1 โครงการถนนปลอดฝุ่น ซึ่งประหยัดเงินงบประมาณได้ถึง 30,000 ล้านบาท
4.2 โครงการรถบัสเอ็นจีวี จำนวน 4,000 คัน ซึ่งประหยัดเงินงบประมาณได้ถึง 50,000 ล้านบาท
4.3 โครงการผันน้ำจากลาวลอดอุโมงค์ใต้แม่น้ำโขงสู่ภาคอีสานของไทย ซึ่งประหยัดงบประมาณได้ถึง 110,000 ล้านบาท
สิริ รวมแล้ว 3 โครงการมหาประลัย รัฐบาลได้ประหยัดเงินให้กับประเทศชาติถึง 190,000 ล้านบาท นี่คือผลงานที่เราจำเป็นต้องนำมารายงานเพื่อร่วมกันปรบมือให้กับรัฐบาลผสม ชุดนี้ว่าคุ้มค่ากับเงินเดือนภาษีที่ ประชาชนจ่ายให้มากมายนัก และบุกเบิกแนวโน้มที่จะหยุดสถานการณ์ที่จะทำให้ชาติล่มจมได้อีกด้วย.